|
การเลือกตำแหน่งร้านค้าแบบต่างๆ
หลักการพิจารณาเลือกอาคารพาณิชย์หรือห้องแถว
ปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือ การพิจารณากระแสด้านหน้า
อาคาร
ควรดูกระแสเข้าวิ่งมาทางใดแล้วจึงเลือกตำแหน่งห้องได้ถูกต้อง
ห้องหัวมุม
มักจะถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุด
เพราะเป็นตำแหน่งเด่นที่สุดและใช้ประโยชน์ได้สองด้าน
คือ ด้านหน้ากับด้านข้าง
คนส่วนใหญ่จึงนิยมเลือกห้องมุมเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้ว
การเลือกห้องมุม
จะต้องดูกระแสที่วิ่งประกอบด้วย
เพื่อกำหนดตำแหน่งว่าห้องมุมด้านใดจึงจะดี
กรณีที่กระแสวิ่งมาทางซ้าย
ห้องหัวมุม A
จะดีกว่า
B
เพราะห้อง A
จะรับกระแสชี่ก่อนห้อง
B
ถ้าวิ่งมา
ทางขวาห้องหัวมุม
B
ก็จะดีกว่าโดยเหตุผลเดียวกัน
แต่ถ้ากระแสวิ่งมาจากซอยด้านในก็จะได้ผลพอๆ กัน เพียงแต่
ว่าจะต้องเปิดประตูรับกระแสที่วิ่งมาทางด้านข้าง

กรณีอาคารพาณิชย์ที่อยู่บริเวณทางแยกก็ใช้หลักการพิจารณากระแสเช่นเดียวกัน
โดยพิจารณากระแสวิ่ง
เข้าหรือวิ่งโอบอาคารจึงจะถือว่าดี เช่น
บริเวณสี่แยกจะมี 2
มุมที่ดี และ 2
มุมที่เสีย

กรณีอาคารพาณิชย์อยู่ในซอยตัน
ควรเลือกตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับปากทางเข้า โดยเฉพาะตำแหน่งที่หัน
เข้าสู่กระแสที่วิ่งเข้า

ร้านค้าในห้างสรรพสินค้า
การเลือกร้านค้าในห้างจะแตกต่างจากการเลือกอาคารพาณิชย์อยู่พอสมควร
เพราะเส้นทางภายในห้างสัญจรด้วยการเดินเท้า
ส่วนอาคารพาณิชย์จะเป็นรถยนต์ ความรุนแรงของกระแสก็จะแตกต่างกัน
กฎเกณฑ์ในเรื่องของทางสามแพร่ง
หรือกระแสตีจากอาจกลายเป็นประโยชน์มากกว่าโทษก็ได้
เพราะถือว่าเป็นตำแหน่งที่เด่นกว่าที่อื่น
เพราะร้านค้าภายในห้างจะมีเยอะมาก
จึงจำเป็นต้องสร้างจุดเด่นเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าที่เดินผ่านไปผ่านมา

ร้านค้าที่อยู่บริเวณทางสามแพร่งภายในห้างถือเป็นตำแหน่งที่ดี
เพราะเป็นจุดเด่นที่เห็นได้ชัดกว่าตำแหน่งอื่นๆ
อย่างตำแหน่งทางสามแพร่งซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งแรง
โดยทั่วไปจะถือเป็นข้อห้ามที่ควรหลีกเลี่ยง
เพราะจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้
เนื่องจากกระแสที่วิ่งเข้ามาเป็นเส้นตรง แต่ถ้าเป็นร้านค้าถือว่าดี
เพราะร้านค้าต้องการความวุ่นวาย แสดงถึงการค้าคึกคัก มีลูกค้าเข้า
ออกตลอดเวลา
ตำแหน่งร้านค้าที่อยู่ในโค้งตีจากหรือคมมีดเชือดเฉือนก็เช่นเดียวกัน
เพราะเป็นตำแหน่งที่เด่นเช่นเดียวกับทางสามแพร่ง
จะให้ประโยชน์ได้มากกว่าตำแหน่งอื่น

โดยปกติตำแหน่งที่ดีที่สุดในการเลือกร้านค้าภายในห้างจะอยู่บริเวณประตูทางเข้าหรือบันไดเลื่อน
เพราะเป็นตำแหน่งที่มีผ็คนเดินผ่านไปผ่านมามากที่สุด
และควรจะเลือกตำแหน่งที่อยู่ทางด้านซ้ายจะดีกว่าทางด้านขวา
เพราะธรรมชาติของคนจะเดินทางซ้ายมากกว่าทางขวา
เหมือนกับขับรถต้องชิดซ้ายเสมอ

กรณีบันไดเลื่อนจะต้องพิจารณาตำแหน่งขึ้นและลงเป็นสำคัญ
ตำแหน่งบันไดเลื่อนขึ้น
ร้านควรจะอยู่ทางด้านซ้ายมือที่ถัดจากบันไดเลื่อนไปประมาณ
2
ห้อง
เพราะเป็นตำแหน่งที่อยู่ในระดับสายตาของคนที่ขึ้นบันไดเลื่อนพอดี
ร้านที่อยู่แนวเดียวกับบันไดเลื่อนจะไม่ได้ประโยชน์เท่าไหร่

กรณีบันไดเลื่อนลงก็เช่นเดียวกัน
ตำแหน่งร้านที่ดีจะอยู่ถัดไปข้างหน้าประมาณ
2
3
ห้อง
ปัจจัยสำคัญพยายามเลือกห้องที่อยู่ทางด้านซ้ายหรือข้างเดียวกับบันไดเลื่อนลง

ส่วนร้านค้าที่ตั้งในตำแหน่งตรงกับทางขึ้นหรือลงของบันไดเลื่อนขึ้นถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีมาก
เพราะเป็นตำแหน่งที่เด่นที่สุด

พยายามหลีกเลี่ยงตำแหน่งห้องที่อยู่มุมอับที่กระแสวิ่งเข้ามาด้านเดียว
ตำแหน่งห้องที่ดี กระแสบริเวณด้านหน้าร้านจะต้องวิ่งได้ทั้งสองทาง

การเลือกตำแหน่งร้านอาจจะใช้ประโยชน์จากเส้นทางที่นำไปสู่แผนกสำคัญในห้าง
เช่น บริเวณทางเข้าแผนกซูเปอร์มาร์เก็ต ทางเข้าโรงภาพยนตร์
หรือลานอเนกประสงค์ เป็นต้น
เพราะคนจะเดินผ่านไปผ่านมามากกว่าตำแหน่งอื่น

ข้อสำคัญที่สุดในการเลือกตำแหน่งร้านค้าภายในห้างจะต้องเลือกให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย
เพราะห้างส่วนใหญ่จะแบ่งแผนกต่างๆ ออกเป็นชั้นๆ
ตามพื้นที่ที่กำหนดเอาไว้ เช่น แผนกเด็ก แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า
แผนกซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น
หลีกหนี...ลักษณะพิฆาต
สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษหลังจากดูทิศทางที่ตั้งของร้านค้าแล้วก็คือสภาพโดยรอบของร้านค้า
ไม่ว่าจะ
เป็นด้านหน้าร้านหรือตรงข้ามร้าน
ด้านข้างทั้งสองที่ติดกับร้าน และด้านหลังของร้านทั้ง
4
จุดโดยรอบที่ตั้งร้าน
ล้วนมีอิทธิพลทั้งในแง่ดีและไม่ดีทั้งสิ้น
ร้านค้าที่ประสบความสำเร็จ
ค้าขายคล่อง นอกจากจะตั้งอยู่ในทำเลที่ดี ทิศทางส่งเสริมแล้ว
ยังต้องหลีก
หนีลักษณะพิฆาตอีกด้วย
จึงตะถือว่าร้านค้านั้นมีฮวงจุ้ยที่ดี
ลักษณะพิฆาตแบบใดบ้างที่เข้าข่ายต้องหลีกหนี
ซึ่งไม่เหมาะที่จะตั้งร้านค้าบริเวณนั้นสามารถสรุป
ออกมาได้ดังนี้
ทางสามแพร่ง...ลูกศรพิฆาต
ทางสามแพร่งดูเหมือนจะเป็นลักษณะพิฆาตที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดีและพยายามหลีกหนีกันอยู่แล้ว
ตำแหน่งที่ตั้งตรงทางสามแพร่งตามหลักฮวงจุ้ยกล่าวไว้ว่าเป็นลักษณะลูกศรพิฆาตที่พุ่งเป็นเส้นตรงเข้ามา
ส่งผล
ให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นประสบความล้มเหลว
เจ็บป่วย ถ้ารุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี เพราะฉะนั้นทางสาม
แพร่งจึงเป็นทำเลที่ไม่พึงประสงค์และเป็นข้อห้ามทางฮวงจุ้ยอยู่แล้ว
แต่ในปัจจุบันซินแสฮวงจุ้ยรุ่นใหม่ๆ
พยายามหาวิธีแก้ไขลูกศรพิฆาตนี้จนประสบความสำเร็จและได้รับ
การยอมรับว่าแก้แล้วได้ผล โดยเฉพาะในประเทศฮ่องกง
ร้านค้าบริเวณทางสามแพร่งซึ่งเมื่อก่อนแทบไม่มีใครเหลียวแล
ปัจจุบันกลับกลายเป็นทำเลที่พึงปรารถนาถูกขอซื้อด้วยราคาที่แพงกว่าร้านค้าบริเวณอื่นเสียอีก
เพราะมีความเชื่อว่าบริเวณทงาสามแพร่งเป็นที่แรง
พลังชี่จะไหลมาเร็วและแรงมาก กลายเป็นซาชี่หรือชี่พิฆาต
เมื่อมีการปรับสภาพหรือแก้ไขโดยถูกวิธีให้ลักษณะร้ายกลับกลายเป็นดี
จากพิฆาตเป็นส่งเสริม ร้านค้า
นั้นก็จะได้ผลประโยชน์เพิ่มเป็นสองสามเท่า
การแก้ไขทางสามแพร่งจะยึดหลักลดความรุนแรงของกระแสที่พุ่งเข้ามา
เมื่อกระแสอ่อนตัวลงหยุดอยู่บริเวณหน้าร้านค้าแล้วจึงหาตัวพิฆาตกระแสซาชี่นั้นให้เกิดลาภอีกทีหนึ่ง
หลักการนี้ไม่ใช่เป็นการป้องกันเหมือนการดึงความแรงของกระแสที่พุ่งเข้ามาให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม
วิธีการนี้กลายเป็นที่นิยมมากในหมู่ซินแสฮวงจุ้ยรุ่นใหม่
ซึ่งนิยมใช้วิธีแก้ไขมากกว่าทุบทิ้งเหมือนซินแสสมัยก่อน

ลักษณะทางสามแพร่งแบบต่างๆ
ซึ่งถือเป็นลักษณะพิฆาตที่ควรหลีกเลี่ยง
การใช้รูปทรงของอาคารมาเป็นตัวแก้ก็นิยมทำกันมาก
โดยเฉพาะกระแสพิฆาตที่พุ่งเข้ามารุนแรงมาก เช่น
เป็นทางถนนใหญ่และยาว
วิธีการออกแบบมักจะใช้รูปทรงอาคารที่มีลักษณะโค้ง
โดยใช้ส่วนที่โค้งหันออกไปรับกับกระแสที่พุ่งเข้ามา
บางอาคารอาจใช้วิธีทำเป็นอาคารกระจกทั้งหลัง
เพื่อสะท้อนสิ่งชั่วร้ายให้ออกไป

การรูปทรงอาคารในการแก้ไขทางสามแพร่งควรใช้รูปทรงโค้งมน
เพราะนอกจากจะป้องกันกระแสที่พุ่งเข้ามาให้กับอาคารของตัวเองแล้ว
ยังเป็นการไม่ทำลายอาคารข้างเคียงบริเวณนั้นอีกด้วย
เพราะรูปทรงโค้งมนถือเป็นลักษณะที่ไม่กระทบกับสิ่งที่จะสะท้อนกลับ
เหลี่ยมมุม...พุ่งเข้าร้าน
สิ่งปลูกสร้างรอบร้านค้าย่อมมีอิทธิพลโดยตรงโดยเฉพาะด้านหน้าของร้าน
ในทางฮวงจุ้ย รูปทรงถือว่า
อันตรายและเข้าข่ายลักษณะพิฆาตก็คือ รูปทรงที่เป็นเหลี่ยม ทรงแหลม
หรือรูปสามเหลี่ยมทรงสูง
เพราะเปรียบเสมือนคมหอกคมดาบที่พุ่งเข้าใส่ร้าน
ทำเลที่มีอาคารรูปทรงสามเหลี่ยมหรือทรงสูงอยู่บริเวณใกล้เคียง
ยิ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวด้วยแล้วจะเข้าข่ายทำเลต้องพิฆาตจึงควรหลีกเลี่ยง
เพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดผลร้ายกับเจ้าของร้าน
ส่งผลให้กิจการล้มเหลวถึงขั้นล้มละลายได้

ลักษณะรูปทรงสามเหลี่ยมมราเข้าข่ายลักษณะพิฆาตนั้น
จะต้องเป็นอาคารทรงสูง แหลม และมียอดเป็นสามเหลี่ยม
ถ้าเป็นอาคารเตี้ย อิทธิพลก็จะมีไม่มาก
จุดที่ต้องระวังอีกจุดหนึ่งก็คือ
มุมเหลี่ยมของอาคารตรงข้ามที่แนวเหลี่ยมพุ่งตรงมาที่ร้าน
ลักษณะแบบนี้ยิ่งต้องระวังมาก
เพราะกระแสพิฆาตจะพุ่งเข้ามารุนแรงมาก
ความรุนแรงมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างมุมตึกกับร้านและกระแสการสัญจรที่วิ่งไปมาบนถนน
ถ้สหากมีความรุนแรงก็จะน้อยลง

มุมตึกอาคารตรงข้ามมักจะพบบ่อยบริเวณทางสี่แยก
ร้านค้าที่ตั้งอยู่หัวมุมมักจะเจอปัญหาในเรื่องนี้
โดยเฉพาะร้านค้าที่ทำบริเวณหน้าประตูทางเข้าเป็นลักษณะตัดเฉียง
ลักษณะพิฆาตรูปทรงเหลี่ยมนอกจากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาคารแล้ว
เสาไฟฟ้าแรงสูง เสาไฟฟ้าตามท้องถนน หรือเสาธงตามโรงเรียน
ล้วนแล้วแต่เข้าข่ายลักษณะพิฆาตเช่นเดียวกัน
เพราะฉะนั้นจึงควรจะสังเกตให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนที่จะเลือกเป็นที่ตั้งร้านค้า

อย่าลืมสังเกตพวกเสาไฟฟ้า ต้นไม้
หรือเสาธงของโรงเรียน
ที่มีลักษณะสูงแหลม เพราะสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะอยู่ในแนวที่ตรงกับประตูร้าน
|