|


หมายเหตุ
บริษัทยายี่ปั๊วในจังหวัดนั้นๆ ราคาจะสูงกว่าซื้อใน กรุงเทพ ประมาณ 10 - 25 %
สั่ง order สั่งจาก detail ยาจากบริษัทที่ไปหา ต้องดูให้ดี บางรายการถูก พอๆกับซื้อจากกรุงเทพ แต่โดยทั่วไป จะแพงกว่าประมาณ 5 - 10 เปอร์เซ็นต์ และอาจต้องสั่งยาจำนวนมาก แต่มีข้อดีคือ ได้ยาที่มีลักษณะเดิมทุกครั้งที่สั่ง
|
จดหมายจากแพยท์สู่แพทย์ ที่ต้องการเปิดคลินิคใหม่
|
สถานที่ซื้อยา และ
เครื่องมือแพทย์
ซื้อยาให้ซื้อ ร้านยา ร้านวิทูร สะพานควาย
ซื้อเครื่องมือแพทย์ พัฒน์แอนทอม เตาปูน
เพิ่มเติม ยาเครื่องมือเล็กๆแนะนำที่ วิทูรย์สะพานควาย
เครื่องดูหู กับตา อยากแนะนำ ให้ใช้ของ Welch Allyn ชนิดติดผนัง ที่โต๊ะ เพระาว่าถ้าใช้แบบชาร์ดถ่าน เสียง่ายกว่า ผมซื้อแบบสองด้ามคู่ติดผนังใช้มา เกือบยี่สิบปีแล้ว ยังใช้ได้ดี อยู่ทุกวันนี้ (ตัวแทนคือ ซูพรีมโปรดัคส์)
คำแนะนำจากผู้รู้
ผมมีประสบการณ์เปิดร้านมา 2 ร้าน ตอนนี้รับจัดระบบเปิดคลินิคให้เพื่อนแพทย์มีข้อแนะนำดังนี้
1)
ควรหาทำเลให้ดีๆ แม้ค่าเช่าแพงหน่อย ก็ไม่เป็นไร แต่ควรทำสัญญาเช่าให้หลายปีหน่อย ถ้าทุนหนาควรเซ้งระยะยาวไปเลย
2)
ถ้าอยู่ต่างจังหวัด สถานที่ซื้อยาดังนี้
- ร้านยาขายส่งในกรุงเทพ เช่น
วิทูรเภสัช บริเวณแยกประดิพัทธ์ 02-2799259 ,02-2792690 ,02-2791106
บริษัท ที ดับบลิว เอส ฟาร์ม่า 02-9642483 ,02-9642563
- บริษัทยายี่ปั๊วในจังหวัดนั้นๆ ราคาจะสูงกว่าซื้อใน กรุงเทพ ประมาณ 10 - 25 เปอร์เซ็นต์
- สั่ง order สั่งจาก detail ยาจากบริษัทที่ไปหา ต้องดูให้ดี บางรายการถูก พอๆกับซื้อจากกรุงเทพ แต่โดยทั่วไป จะแพงกว่าประมาณ 5 - 10 เปอร์เซ็นต์ และอาจต้องสั่งยาจำนวนมาก แต่มีข้อดีคือ ได้ยาที่มีลักษณะเดิมทุกครั้งที่สั่ง
3)
ตั้งใจทำคลินิคให้ดี ผมมักแนะนำให้เพื่อนๆปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะไม้เลี้อยไว้ที่คลินิคเมื่อปลูกจนเจริญเติบโตดีก็พอดีคลินิคมีคนไข้ มากมาย
4)
ทำให้ดีตั้งแต่แรก เช่นใบรับรองแพทย์ควรออกให้อย่างเคร่งครัด ไม่ออกใบรับรองแพทย์อันเป็นเท็จ ไม่ออกใบเสร็จปลอมเช่นตรวจลูกแต่ให้ออกใบเสร็จชื่อของแม่เพื่อไปเบิกค่ารักษ า ไม่เอาเวลาราชการมาทำคลินิค ไม่ตรวจคนไข้ที่ร้านอย่างตรวจที่โรงพยาบาลอีกอย่าง เพราะผมมีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้
-ทำชั่วเพียงครั้งเดียวจะมีคนมาขอให้ทำอยู่เรื่อยๆ
-คนไข้ที่เราดูแลอย่างดีเมื่อเขาขี้เกียจรอทีโรงพยาบาล เขาจึงไปหาเราที่คลินิคเพราะประทับใจเราจะเป็นผู้บอกต่อให้คนไข้อื่นมาหาเรา เอง
หวังว่าคุณคงไม่ไปเปิดตรงข้ามหมอเด็กรุ่นพี่คุณนะ ถ้าทำอย่างนั้นก็ทุเรศมาก จะทำอะไรก็ควรคิดใจเขาใจเราบ้าง เปิดคลินิกไม่ควรเห็นแก่รายได้จนไม่คำนึงถึงการอยู่ร่วมกัน หมอทั้งโลกเป็นพี่น้องกันไม่ควรทำตัวเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกัน แล้วอย่าป้ายสีกันเพราะคนไข้นี่แหละบ่างช่างยุ คุณพูดอะไรไม่ช้าก็ไปถึงหูหมอคนนั้น
ส่วนทีดูหูให้ใช้ยี่ห้อ ที่หมอ jfk ว่า แต่ผมใช้อย่าง therapeutic ย้ายไปมาได้ เพราะบางครั้งต้องย้ายห้องตรวจ บางครั้งต้องเอาไปตรวจญาติที่บ้านเขา ยี่ห้อที่ว่าใช้ดีมาก
ไม้กดลิ้นใช้อย่างไม้ ใช้แล้วทิ้งเลย คนไข้ชอบ หมอก็ชอบ
เครื่องวัดความดันโลหิตอย่าใช้อย่างไฟฟ้า มันไม่แม่น เสียง่าย
ปรอทวัดไข้ใช้อย่างไฟฟ้าได้ แต่เสียเร็วประมาณ 1-2 ปีเสีย
ไฟฉายใช้ยี่ห้อดีๆ สว่างๆ
หูฟังของญี่ปุ่น ราคา 130 บาท ฟังได้ดีเหมือนของ 3M อันละสองพันบาท
ส่วนยานั้นมีให้เลือกหลายทางเช่น
- สั่งซื้อจากยี่ปั๊วในจังหวัดของท่าน กรณีนี้มักจะได้ยาแพงกว่าในกรุงเทพประมาณ 10-20%
- สั่งซื้อจาก detail บริษัทยา local ต่างๆ
เช่นบริษัท บางกอกดรักส์ 02-6139758
บูรพา โอสถ 02-5802784
ข้อดีก็คือ ยามีลักษณะเหมือนเดิมทุกครั้ง คนไข้ไม่งง ราคาใกล้เคียงกับซื้อจากยี่ปั๊ว แต่ถ้าเลือกดีๆ เฉพาะบาง item ราคาอาจใกล้เคียงซื้อจากกรุงเทพ อ้อ ถ้าไม่แน่ใจในคุณภาพให้ถามหาใบรับรองคุณภาพที่ได้จากการทำ วิเคราะห์หาเนื้อยาที่รับรองโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ผมเป็นหมอทำงานหลักอยู่ในรพ.รัฐของกระทรวงสาธารณสุขเช่นกัน ผมมีข้อแนะนำเพื่อนแพทย์ที่ทำงานด้วยกันเสมอว่า อยากให้หมอทุกคนเปิดคลินิก คลินิกเล็กน้อยอย่างไรก็อยากให้เปิด มาช่วงหลายปีนี้มีการให้เงินหมื่นสำหรับผู้ที่ไม่เปิดคลินิกทำให้ยุให้น้องๆ เปิดยากชะมัด โดยเฉพาะคนที่ยังไม่จบ บอร์ด
มีคนสงสัยมากว่าทำไมหรือ ผมขอแจงข้อดีดังต่อไปนี้
-
ถ้าแยกคลินิกจดทะเบียนเป็นคณะบุคคลต่างหากจะทำให้เสียภาษีน้อยลง
-
การมีกิจการเป็นของตนเองทำให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นมองโลกในทัศนะที่กว้างขึ้น เห็นและเข้าใจปัญหาของคนไข้ที่เราไม่เคยเห็น
-
การมีกิจการเป็นของตนเองทำให้เราสามารถทำสิ่งที่เราพอใจได้มากกว่า อันนี้บางคนฟังแล้วจะงง แต่หลักการณ์ก็คือ เราเปิดร้านของเราเราจะทำอย่างไรกับร้านของเราก็ได้ เราจะให้ยาฟรีกับใครก็ได้ เราอยากจะปิดวันไหนเวลาไหนก็ได้ไม่มีใครว่าเรา ยกตัวอย่าง สมมตผมอยู่ร้านมีคนไข้ด่วนที่รพ.ต้องผ่าตัดผมก็สามารถปิดร้าน ไปผ่าได้เลย คนไข้ที่นั่งรอส่วนใหญ่ก็จะรอต่อ คนที่รอไม่ได้ก็ไม่รู้จะบ่นอะไร แต่ในทางกลับกันสมมตผมออกตรวจอยู่ที่รพ.เอกชน หรือแม้แต่รพ.รัฐก็เถอะ ขืนไปโดยทิ้งคนไข้ไว้ไม่ตรวจสงสัยจะถูก ฝ่ายบริหารเขม่นเอาแน่
-
สิ่งที่ทุกคนที่รับราชการทุกคนจะต้องเคยรู้สึกก็คือ ระบบราชการนี่มันล่าช้า ทำดีไม่ได้ดี +++คนทำชั่วไม่เห็นได้ชั่ว การเปิดร้านทำให้เรารู้สึกว่า การทำดีนี้ได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว อย่างชัดเจน ไม่ต้องคอยเขียนผลงานทำซี ทำอวช. ถ้าคุณตรวจคนไข้ดีๆที่รพ.และที่ร้านรับรองคนไข้ตรึม ได้ทั้งเงินและกล่อง
-
ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ผมจึงอยากให้เพื่อนแพทย์ทุกคนมีกิจการอันนี้เป็นของตัว เองถ้าทำแล้วไม่ชอบค่อยเลิกก็ได้ แต่ไม่ควรเลิกก่อน 1 ปีเพราะจะยังอยูในช่วง run in

สำหรับที่บอกว่ากลัว ก็ต้องถามว่ากลัวอะไร ถ้ากลัวเหนื่อย มันคงเหนื่อยบ้าง ถ้ากลัวเจ๊ง ก็ไม่ต้องกลัวอย่างมากก็แค่ทำไม่คุ้มค่าเหนื่อย แต่คงไม่มีว่าทำแล้วขาดทุน กลัวยุ่งยาก รับรองว่าง่ายกว่าไปอยู่รพ.เอกชน และเมื่ออยู่ตัวดีแล้วคุณจะสบายกายและสบายใจกว่าอยู่ รพ.รัฐบาลเยอะ
รายละเอียดวิธีการเปิดคลินิก
1.ต้องมีเงินทุน แล้วแต่สถานที่ว่าเป็นในกรุงเทพหรือเมืองใหญ่ หรือตาม รพ.อำเภอ เงินทุนนี้เป็นค่าใช้จ่ายดังต่อไปนี้
-
ค่าเช่า+เซ้งสถานที่
-
ค่าตบแต่งร้าน กั้นห้อง ติดแอร์ ทำประตูใหม่
-
ค่าป้ายและติดตั้ง
-
ค่าเฟอร์นิเจอร์ภายในร้าน ตู้เย็น โทรทัศน์
-
ค่ายา
-
ค่าอุปกรณ์สิ้นเปลืองต่างๆ เช่น บัตร ซองยา กระดาษ
-
ค่าเด็กหรือเจ้าหน้าที่ประจำร้าน
-
ทั้งหมดก็แล้วแต่ความหรูหรา และการเอาอุปกรณ์ที่มีอยู่มาดัดแปลงใช้ประโยชน์แค่ไหน ถ้าไม่หรูหรามาก และค่าห้องไม่แพงมาก น่าจะไม่เกิน 3 แสน บาท
สถานที่ ควรอยู่ในย่านชุมชน มีรถผ่านสะดวก มีสถานที่อ้างอิงเวลาบอกต่อง่าย ถ้าเชื่อเรื่องโชคลางควรหาแหล่งข้อมูลเพื่อศึกษาดู ถ้าอยู่ในย่านที่น้ำท่วมควรหาบ้านเป็น 2 ชั้น สอบถามดูด้วยว่าเจ้าของบ้านเขี้ยวหรือไม่ ถ้ามีที่ของตัวเองอยู่แล้วก็สบาย ถ้าต้องเช่าพยายามดูเรื่องสัญญาให้ดีอย่าให้สั้นเกินไปนักอย่างต่ำควรประมาณ 3 ปี
คำแนะนำโดย คุณ : tigger ขอขอบพระคุณในข้อมูลนี้เป็นอย่างสูง
ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์บริหารคลินิค....ฟรี ที่นี่

|